ReadyPlanet.com
dot dot
สร้างสนามหญ้าหน้าบ้าน ด้วย ... มือตัวเอง

 

สาระน่ารู้เกี่ยวกับประเภท และ ชนิดของหญ้าที่นิยมปลูกกันในบ้าน...เรา

 

        เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรเกิดใหม่มากขึ้นทุก ๆ วัน ดังนั้นสิ่งที่ยังคงมีความจำเป็นต่อการดำรงชีพในภาวะปัจจุบัน คือ ปัจจัย 4 ในที่นี้จะขอกล่าวถึงปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ บ้านและที่อยู่อาศัย เนื่องจากสังเกตุง่าย ๆ มีการเจริญเติบโตขึ้นของภาค อสังหาริมทรัพย์ โดยโครงการ หมู่บ้านจัดสรร เพิ่มขึ้นและเกิดขึ้นเปรียบเทียบได้กับ ดอกเห็ด ส่วนมากบ้านที่จัดสรรที่เราซื้อตามโครงการ จะมีสนามหญ้าหน้าบ้านมาให้ หรือ เหลือพื้นที่บริเวณบ้านไว้ให้ ซึ่งขึ้นอยู่กับออฟชั่นที่เราซื้อ ดังนั้น วันนี้เราจะมานำเสนอวิธีการ ปลูก ดูแล รักษาหญ้า ด้วยตัวเอง หากพื้นที่ภายในบริเวณบ้านของเรามีขนาดไม่ใหญ่มาก จะมีปัญหาเริ่มตั้งแต่การปลูก ครั้นเราจะจ้างเค้าปลูก มีตัง แต่ไม่มีคนมาทำให้ เพราะสนามเราเล็ก จะจ้างเค้ามาดูแล ก็ไม่มาเพราะเค้าได้เงินน้อย ทำเองเลยดีกว่าครับ ไม่ยุ่งยาก และ ยังประหยัดอีกต่างหาก  

ก่อนที่เราจะทำการสร้างสนามหญ้าหน้าบ้าน จะต้องมาทำความรู้จักกับหญ้าประเภท ต่าง ๆ ก่อน ถึงจะทราบว่าเราจะชอบที่จะปลูกหญ้าชนิดไหนให้เหมาะสมกับบ้านของเราได้ 

หญ้า 

 

เริ่มต้นด้วยสนามหญ้าบ้านเราที่เห็นกันทั่วไป แบ่งประเภทชนิดของหญ้าดังนี้   

1.หญ้าญี่ปุ่น 

มีต้นกำเนิดในประเทศมีถิ่นกำเนิดในแถบ แมนจูเรียต่อมา ได้มีการนำเมล็กเริ่มไปเพาะปลูกแถบสหรัฐอเมริกา ในราวปี พ.ศ. 2473
  ได้มีการใช้ตบแต่งสวนและสนามหญ้าหน้าบริเวณบ้าน ซึ่งต่อมา ได้มีรูปแบบศิลปการจัดตกแต่งสวนและสนามหญ้าได้แพร่ขยายอิทธิพลจากฝั่งเอเซีย เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็คือ  แดนอาทิตย์อุทัย ประเทศ ญี่ปุ่น นั่นเอง จึงมีการตั้งชื่อเรียกตามต้นกำเนิดศิลปการจัดสวนนั้น และนิยมเรียกกันว่า japanese Lawngrass ซึ่งก็คงเนื่องจากอิทธิพล ของการจัดสวนญี่ปุ่น ที่ใช้หญ้าชนิดนี้ เป็นส่วนประกอบใหญ่ ก็เลยเรียกว่า หญ้าญี่ปุ่น ติดปากกันมาทุกวันนี้   

 

คุณสมบัติพิเศษของหญ้าญี่ปุ่น 

 

   เป็นหญ้าที่เจริญเติบโต ได้ดีในเขตร้อน แต่สามารถเจริญเติบโตได้ในเขตหนาว และแห้งแล้ง ซึ่งมีการเจริญเติบโตได้ดีพอสมควร แต่ปลูกในสภาพพื้นที่ ๆ ชื้น หรือที่เฉาะไม่ดีนัก กล่าวคือ สามารถทนร่มได้ 50 % ในดินเค็มก็พอจะปลูกได้แต่ก็ไม่ดีนัก ดินที่เหมาะสมกับหญ้านี้้ควรมีความเป็นกรดเป็นด่าง pH ประมาณ 6 - 7 และ ส่วนหญ้าญี่ปุ่นก็ยังชอบขึ้นในดินเหนียวด้วย 

 

 

หญ้าญี่ปุ่นยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด 

 

1. ชนิดใบกว้าง จะมีใบประมาณ 4 มิลลิเมตร 

 

 

 

 

2. ชนิดใบกลม ใบเล็กและละเอียดกว่า ซึ่งเป็นที่นิยมปลูกในประเทศไทยมาก

 

 

 

      ลักษณะของหญ้าญี่ปุ่น  

     หญ้าญี่ปุ่น เป็นวัชพืชประเภท ลำต้นเป็นพวกเลื้อยตามดิน และลำต้นจะตั้งแข็งทั้งลำต้นบนดิน และลำต้นใต้ดิน ใบ ใบสีเขียวเข้ม ใบเล็กละเอียดกลมแข็ง ปลายใบแข็งและแข็งกระด้างเวลาสัมผัสจะระคายผิวหนัง ขอบใบเรียบไม่มีขน ดอก ช่อดอกสั้น ดอกเล็ก และมีสีน้ำตาลออกดำ ดอกจะรวมกันแน่นบนก้านดอก ดอกจะบานจากส่วนล่างขึ้นบน หญ้าญี่ปุ่นนี้ ต้องการน้ำมาก และการเจริญเติบโดช้า ต้องใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปีกว่าจะขึ้นเต็มสนาม ถ้าแห้งแล้งนาน ๆ หรือขาดน้ำใบจะเหลืองทันที เป็นหญ้าที่ทนต่อการเหยีบย่ำพอสมควร และไม่ค่อยยืดหยุ่นตัวเหมือนหญ้านวลน้อย เป็นหญ้าที่ต้องการปุ๋ยไม่มากนัก ทนต่ออากาศหนาวได้ดี อาจทนได้ถึงประมาณ 10 - 20 องศาฟาเรนไฮด์ ทนต่อโรคหรือแมลงต่าง ๆ ได้มากกว่าหญ้าชนิดอื่น หญ้าญี่ปุ่นนี้เจริญเติบโตช้า แต่เมื่อขึ้นแล้วจะหนาแน่นมาก ขึ้นคลุมดินวัชพืชไม่สามารถขึ้นแข่งได้ การแต่งไม่บ่อยนัก เพราะเจริญเติบโตช้า ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ก็จะเป็นกระจุก การตัดแต่งลำบาก  

 

     การดูแลรักษาหญ้าญี่ปุ่น     

   การตัดแต่งหญ้าญี่ปุ่นชนิดนี้จำต้องตัดให้สั้นประมาณ 0.5 - 1.0 นิ้ว โดยตัดทุก ๆ 5 - 10 วัน ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานวัน หรือช่วงหน้าฝนที่ ค่อนข้างจะตกชุก หญ้าจะขึ้นเป็นจุกเมื่อตัดหญ้าจะมีสีเหลืองเป็นหย่อม ๆ มองดูแล้วหน้าเกลียด ไม่สวยงาม ซึ่งเป็นข้อเสียของหญ้าชนิดนี้ เนื่องจากหญ้าญี่ปุ่นมีลำต้นและใบแข็งกระด้างมาก ดังนั้นการใช้เครื่องตัดหญ้า ต้องมีกำลังสูง และมีใบมีด ที่คมมาก ใช้กรรไกรดัตไม่กี่วันก็หมดแรง เพราะมันขึ้นเป็นกระจุกทำให้ตัดยาก ลำต้น และใบก็เหนี่ยวด้วย ซึ่งทำให้กินแรงใน การตัดมาก แม้กระทั่งใช้ เครื่องตัดหญ้า ก็ต้องลับมีดบ่อยครั้ง เพื่อให้คมอยู่เสมอ การขยายพันธุ์ สามารถขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด และใช้ส่วนต่าง ๆ ปลูก เช่น ลำต้น เหง้า ไหล แต่นิยมกันมากก็ใช้ส่วนต่าง ๆโดยปลูกแยกต้นปลูก การปลูกเป็นกระจุก และการปูเป็นแผ่น ๆ ส่วนการปลูกด้วยเมล็ดไม่นิยมเพราะการเจริญเติบโตช้ามาก 

ข้อดี 

หญ้าญี่ปุ่น เป็นหญ้าที่มีขนาดลำต้นเล็กมองดูแล้วสวยงาม เหมาะสำหรับปลูกเป็นสวนหย่อม และพื้นที่ก็ควรมีขนาดที่เหมาะสมไม่กว้างใหญ่จนเกินไป เเละสามารถช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้เเก่ชั้นดินได้ดีอีกด้วย 

ข้อเสีย 

ใบหญ้าจะแข็งกระด้าง และปลายใบเล็กเรียวแหลม ทิ่มตำระคายผิวหนัง การตัดลำบากและกินแรงมาก

     2. หญ้านวลน้อย 

เป็นหญ้าพื้นเมืองของไทย เป็นหญ้า ที่นิยมปลูกกันมาก สามารถขึ้นได้ดีในดิน เกือบทุก ชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียว หรือดินปนทราย และยัง ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดีได้ง่าย นอกจากนี้ ยังทนต่อความร้อนและอากาศที่แห้งแล้ง หรือที่น้ำท่วมขังแฉะ 

 

     ได้เป็นครั้งคราว จึงนิยมปลูกกันมากเป็นหญ้าที่จัดอยู่ในประเภทใกล้เคียงกับหญ้าญี่ปุ่น แต่มีใบกว้างกว่า และมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วเเละดีกว่าหญ้าญี่ปุ่น ใบไม่แข็งกระด้าง เหมือนหญ้าญี่ปุ่น หญ้าชนิดนี้ ขึ้นง่าย และเจริญเติบโต เป็นแผ่นได้เร็วพอสมควร แต่ช่อดอกค่อนข้างยาว และเห็นได้ชัด ซึ่งจะขอกล่าวถึง ลักษณะเฉพาะของหญ้านวลน้อย มีดังนี้ คือ

       1.  ลำต้นของหญ้าจะตั้งชันและแข็งแรง มีรากที่ค่อนข้างแข็งเเรง ปลูกง่ายเเละสามารถที่จะแตกกอได้อย่างรวดเร็ว มีปล้องสั้น และลำต้นที่ยืดหยุ่นตัวได้ดี
       2.  ใบ มีขนาดปานกลาง สีเขียวอ่อน ใบจะยืดหยุ่นตัวดีเช่นกันในเวลาที่เหยียบย่ำ แวลาเดินแล้วจะนุ่มเท้า ขึ้นคลุมดินได้แน่นดี ใบนุ่มกว่าหญ้าญี่ปุ่น และไม่ระคายผิวหนัง เมื่อตัดเรียบร้อยแล้วดูกล้ายพรม 
       3.   ช่อดอก ค่อนข้างยาว และดอกมีสีน้ำตาลดำเห็นได้ชัดในเวลาออกดอกหญ้านวลน้อยนี้ ชอบขึ้นในที่กลางแจ้ง แต่ในที่ร่มมีแดดพอเพียงก็สามารถขึ้นได้ ถ้าไม่ตัดหญ้านี้เลยจะสูงประมาณ 6 นิ้ว เป็นหญ้าที่ทนต่อ การเหยียบย่ำ ทนต่อความแห้งแล้งหรือน้ำขังแฉะเป็นครั้งคราวตลอดจนทนต่ออุณภูมิสูงได้ดี แต่ในฤดูแล้งต้อง หมั่นรดน้ำ  อยู่เสมอมิฉะนั้นใบจะเหลืองแต่ไม่ถึงตาย นอกจากนี้ทนต่อดินเค็มได้บ้าง รวมทั้งยังต้านทานต่อโรงแมลงได้ดีใช้ทำสนามหญ้าทั่วไป เช่น สนามกีฬา สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ สถานที่ราชการ สวนหย่อมในบริเวณ      บ้าน โรงแรม สวนอาหาร บริษัทร้านห้างใหญ่ ๆ ในสนามกอล์ฟ ใช้ทำกรีน  ซึ่งเป็นที่ตีลูกกอล์ฟลงหลุม ใช้ทำบริเวณ (Tee) ซึ่งเป็นที่เริ่มต้นตีกอร์ฟ ตลอดจนปลูกบนทางตีกอล์ฟ (Fair Wap) นอกจากนี้ยังใช้ในการจัดสวนทั่ว ๆ ไป เพราะเป็นหญ้าที่ทนการเหยียบย่ำ    รวมทั้งเป็นหญ้าที่ดูแลรักษาง่าย กว่าหญ้าชนิดอื่น ๆ  สนามหญ้าที่มีคุณภาพดีเหมือนกันการตัดหญ้าควรตัดในระยะ 0.75 - 1.5 นิ้ว โดยตัดทุก ๆ 1 - 2 สัปดาห์ เพราะด้วยเหตุที่ว่า หญ้านี้จะมีช่อค่อนข้างยาว   ดอกมีสีน้ำตาลออกดก จึงทำให้สนามหญ้าไม่สวยในเวลาออกดอก จำเป็นต้องคอยระวังกำจัดช่อดอกให้หมด ในช่วงฤดูกาลออกดอก เครื่องตัดหญ้าทั่ว ๆไปก็ใช้ได้ 

แม้กระทั่งกรรไกร หรือรถตัดหญ้าก็สามารถใช้ได้

      การขยายพันธุ์    

      เราควรใช้ลำต้นของหญ้านวลน้อยเป็นส่วนที่นำมาขยายพันธุ์ เพราะสามารถขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว เป็นหญ้าที่มีส่วนเมล็ดพันธุ์น้อย จึงไม่มีผู้ผลิตเเละนำมาจำหน่าย

ข้อดี 

หญ้านวลน้อยเป็นหญ้าที่สามารถปลูกเเละนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั่วไป ใบมีขนาดที่เหมาะสมและมีลักษณะที่นุ่มไม่เเข็งเกินไป สามารถทนต่อการเหยียบย้ำบนพื้นผิวได้ดี ทนแล้ง

ข้อเสีย 

ถ้าปล่อยให้หญ้าออกดอก ดอกของหญ้าเมื่อแก่จะเป็นสีดำ ดูแล้วอาจจะทำให้สนามของเราดูไม่สวยไปด้วย ถ้าเราปลูกหญ้าชนิดนี้ในในที่ร่มเงามากเกินไปจะไม่ได้ผล เพราะต้นหญ้าจะยาวมากเกิน 

      3.หญ้านวลจันทร์           

       หญ้านวลจันทร์นั้นมีอีกชื่อเรียกว่า  "หญ้าไผ่แดง"   เพราะมีลักษณะคล้ายใบไฝ่ที่มีขนาดเล็กลงมาเป็นหญ้าของเมืองไทย มักจะนิยมนำไปทำเป็นสนามหญ้าหน้าบ้าน และ หญ้าของสนามกีฬา
หญ้านี้มีการดูแลที่ง่าย เเละการเจริญเติบโตที่ดี  ถ้าปลูกรวมกับหญ้าชนิดอื่น ๆ จะมีความต้องการปุ๋ยไม่มากนัก ถ้าหากปลูกในพื้นที่แห้งแล้งก็สามารถทนได้ โดยเฉพาะถ้ามีไนโตรเจนน้อย 
 ส่วนของดอกก็จะออกมามาก  และเป็นสีเขียวในฤดูฝน หญ้านี้เหมาะในการปลูกในเขตอบอุ่น และขึ้นได้ในดินทั่ว ๆ ไป แต่ดินที่เหมาะควรเป็นดินร่วนปนทราย  นอกจากนี้ยังสามารถทนต่อดินเค็มได้

 

          ลักษณะทั่วไปของหญ้านวลจันทร์

ลำต้น  จะมีขนาดปานกลาง มีการเจริญเติบโตของลำต้นบนดินมากกว่าทางลำต้นใต้ดิน 
ใบ       ขนาดปานกลาง และคล้ายใบใผ่ เส้นกลางใบแคบสีเขียวอ่อน เห็นเส้นกลางใบชัด       ใบจะมีลักษณะนิ่มเมื่อสัมผัส เเละมีปลายใบที่แหลม

ดอก    มีช่อสีน้ำตาลยาวประมาณ 3 - 7 ซม. เห็นชัด ดอกเป็นสีน้ำตาล  เมื่อดอกแก่จะกระจายไปตามสายลม   และ  สามารถติดกับเสื้อผ้าของเราได้ง่าย หญ้านี้ชอบแสงแดดเต็มที่ถ้าปลูกไว้ในที่แห้งแล้งไม่มีน้ำ  ลำต้นและใบจะเป็นสีแดง การออกดอกจะมาก และดอกสีจะดำ ปกคลุมเต็มสนามหญ้า ถ้าปลูกหญ้าชนิดอื่น ๆ ไว้กับหญ้านวลจันทร์แล้วจะประสบปัญหา คือ หญ้านวลจันทร์ จะไปขึ้นแซมและ ปกคลุมหญ้าอื่นจนเสียหายได้  จึงต้องควรระวังในข้อนี้ ไม่เหมาะสำหรับปลูกในที่ร่ม จะทำให้การเจริญเติบโตช้า         เเละไม่ดี  เเต่ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ และยังทนทานต่อการเหยียบย่ำ สามารถพื้นตัวได้ดีเเละเร็ว ถ้าปล่อยไว้ไม่มีการตัดหญ้า  หญ้านี้จะสูงขึ้นในแนวตั้ง  และแตกแขนงซึ่งจะมีลำต้นสูงถึงประมาณ  15 - 30  ซม. ได้

          ประโยชน์ของหญ้านวลจันทร์

ผู้ปลูกทั่วไปมักไม่ค่อยนิยมปลูกหญ้าชนิดนี้ เพราะมีดอกและช่อดอกสีน้ำตาลเข้ม มองดูเเล้วไม่สวยงาม และเจริญเติบโตเร็ว จึงกลายเป็นวัชพืชได้ง่าย เเละทำให้ส่งผลต่อการดูเเลรักษา  เมื่อปลูกรวมกับหญ้าชนิดอื่น ๆ หญ้านวลจันทร์เหมาะสำหรับปลูกในสนามที่ไม่ต้องการการดูแลรักษามาก และบริเวณสนามต้องเป็นสนามที่มีบริเวณกว้างมาก                           ถ้าปลูกหญ้าชนิดอื่นจะลงทุนสูง จึงเหมาะสำหรับสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ ที่มีการดูแลรักษาต่ำ และยังเหมาะสำหรับการปลูกคลุมผิวดิน ตามไหล่ถนนต่าง ๆ และสนามกีฬา

          การตัดหญ้า

การตัดหญ้าควรตัดประมาณ 1.0 - 1.5 นิ้ว และตัดทุก ๆ 1 - 2 อาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงฤดูการออกดอกหรือเมื่อมีอากาศแห้งแล้งหรือขาดน้ำ 

 

ต้องตัดในช่วงนี้บ่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ออกดอก และปลิวกระจายไปปะปนหับหญ้าอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

          

 

 

THANKS FOR WATCHING


 

 







dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
วิธีการเลือกซื้อใบสกรูลำเลียง
dot
dot
การเลือกซื้อเครื่องตัดหญ้า รถตัดหญ้าให้เหมาะกับการใช้งาน
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot
www.thailandmower.com
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
สวนมะนาวคุณวน


ตรวจสอบสถานะ EMS และ ไปรษณีย์ลงทะเบียน


Copyright © www.thailandmower.com 2010 All Rights Reserved.

 LSH  METALWORK  CO., LTD.
Copyright © 2008 All Right Reserved.
31/13-14 M4 Soi Bangkadee 35 Rama 2 Road Saemaedam Bangkhuntien Bangkok 10150 Thailand.
 Tel : 02-452-1515 Fax : 02-896-2559  Email : tanached@hotmail.com 
 

 หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ถามมาตอบไป

วิธีสั่งซื้อสินค้า | วิธีชำระเงิน | ติดต่อเราและแผนที่